โรคที่มากับเบาหวาน

โรคที่มากับเบาหวาน Disease from diabetes

ผู้เป็นเบาหวานมานานหลายปีมักพบโรคแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น ปัญหาด้านสายตา ไตวาย โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต มือเท้าชา แผลเน่า โดยเฉพาะบริเวณเท้า ความรุนแรงของโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน และระดับน้ำตาลในเลือด ยิ่งควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงระดับปกติมากก็จะช่วยชะลอและลดความรุนแรงของโรคแทรกซ้อนเรื้อรังได้มากเท่านั้น ที่สำคัญคือโรคแทรกซ้อนเรื้อรังนี้อาจกลับคืนสู่สภาพปกติได้ ถ้าผู้เป็นเบาหวานได้รับการตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเกิดขึ้น และได้รับการรักษาแต่เริ่มแรก

บริซซี่ Breezy เบาหวาน

โรคหลอดเลือดสมอง ตีบ ตัน เป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณสมองตีบ ตัน ทำให้เกิดการพิการ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โอกาสเกิดหลอดเลือดสมองตีบ ตัน จะสูงมากขึ้น ในผู้เป็นเบาหวานที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ทำให้อวัยวะที่สมองส่วนนั้นควบคุมอยู่อ่อนแรงลงไป เกิดอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต ซึ่งเมื่อได้รับการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือด ผ่านพ้นภาวะอันตรายแล้ว การทำกายภาพบำบัด จะช่วยฟื้นฟูสภาพการทำงานของขาที่อ่อนแรงนั้นได้ดียิ่งขึ้น

ปลายประสาทเสื่อม จากเบาหวาน ลักษณะของโรคนี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ทำให้รู้สึกรำคาญ และทุกข์ทรมาน เกิดจากเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงเส้นประสาทถูกทำลาย ไม่สามารถส่งออกซิเจนมาตามกระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงเส้นประสาทได้ รวมถึงการมีน้ำตาลสะสมรวมตัวกันอยู่บริเวณเส้นประสาทเองด้วย จึงทำให้การทำงานของเส้นประสาทเสื่อมลง ความรู้สึกในการรับรู้ต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะบริเวณปลายมือ ปลายเท้า จะเกิดอาการชา เมื่อกระทบถูกความร้อน หรือเจ็บปวดจะไม่ค่อยรู้สึก จึงเป็นอันตรายกับผู้เป็นเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดแผลได้ง่ายโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเป็นมากอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบ เล็กลง ทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณระบบทางเดินอาหารด้วย จึงทำให้เกิดอาการท้องผูกโดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับผู้ชายที่เป็นเบาหวานมานานมักพบปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วย การรักษาอาการปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน การควบคุมน้ำตาลในเลือด และน้ำตาลสะสม จะช่วยลดความรุนแรงได้

โรคตาพร่ามัว จอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก จากเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในร่างกายมีมากขึ้น ร่างกายจะขับน้ำตาลออกมาตามส่วนต่างๆ รวมถึงบริเวณเลนส์ตา ส่งผลให้อาจจะเกิดโรคเกี่ยวกับดวงตาหลายชนิด เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ประสาทตาเสื่อม และอาจส่งผลให้จอรับภาพเกิดการฉีกขาดหรือแตก ทำให้มีโอกาสตาบอดได้ ดังนั้น ถ้าผู้เป็นเบาหวานเริ่มมีอาการปวดตา เห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว มองเห็นแสงไฟ หรือใยแมงมุมอยู่ในอากาศ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ แต่ถ้าเป็นไปได้เมื่อทราบแล้วว่ากำลังเป็นเบาหวาน ต้องรับการตรวจดวงตาเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยป้องกันดวงตาจากอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

บริซซี่ Breezy เบาหวาน

ปลายประสาทเสื่อม จากเบาหวาน ลักษณะของโรคนี้ไม่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ทำให้รู้สึกรำคาญ และทุกข์ทรมาน เกิดจากเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงเส้นประสาทถูกทำลาย ไม่สามารถส่งออกซิเจนมาตามกระแสเลือดเพื่อไปเลี้ยงเส้นประสาทได้ รวมถึงการมีน้ำตาลสะสมรวมตัวกันอยู่บริเวณเส้นประสาทเองด้วย จึงทำให้การทำงานของเส้นประสาทเสื่อมลง ความรู้สึกในการรับรู้ต่างๆ ลดลง โดยเฉพาะบริเวณปลายมือ ปลายเท้า จะเกิดอาการชา เมื่อกระทบถูกความร้อน หรือเจ็บปวดจะไม่ค่อยรู้สึก จึงเป็นอันตรายกับผู้เป็นเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดแผลได้ง่ายโดยไม่รู้สึกตัว เมื่อเป็นมากอาจทำให้กล้ามเนื้อลีบ เล็กลง ทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณระบบทางเดินอาหารด้วย จึงทำให้เกิดอาการท้องผูกโดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับผู้ชายที่เป็นเบาหวานมานานมักพบปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศร่วมด้วย การรักษาอาการปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน การควบคุมน้ำตาลในเลือด และน้ำตาลสะสม จะช่วยลดความรุนแรงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก Paolohospital

https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/

โรคเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น

โรคเบาหวานในเด็ก และวัยรุ่น

คนส่วนหนึ่งคิดว่าโรคเบาหวานพบเฉพาะในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงเด็กและวัยรุ่นก็เป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่บ้าง

เบาหวานเป็นโรคที่ร่างกายมีภาวะน้ำตาลสูงในเลือดมีสาเหตุจากการที่ร่างกายมีการหลั่งอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่เพียงพอหรืออินซูลินทำงานได้ไม่ดีที่เรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน

โรคเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น

ชนิดของโรคเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น
มี 2 ชนิดหลัก คือ เบาหวานชนิดที่ 1 (type 1 diabetes) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดสำหรับเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากการที่เซลล์ตับอ่อนที่เรียกว่า “บีต้าเซลล์” ถูกทำลาย เป็นผลจากกระบวนการทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ต้องได้รับการรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเท่านั้น และมักเริ่มเป็นโรคเมื่ออายุยังน้อย และเบาหวานชนิดที่ 2 (type 2 diabetes) ซึ่งปัจจุบันพบได้มากขึ้นในเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากมักพบร่วมกับโรคอ้วนหรือภาวะโภชนาการเกิน เพราะในปัจจุบันมีเด็กที่อ้วนหรือมีภาวะโภชนาการเกินมากขึ้น

เบาหวานชนิดที่ 2 นี้ ต้องรักษาด้วยการรับประทานยาและบางรายต้องใช้การฉีดอินซูลินร่วมกับการปรับวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักให้เป็นปกติ นอกจากนี้ ยังมีเบาหวานชนิดอื่น ๆ เช่น เบาหวานที่เกิดจากการได้รับยารักษาโรคต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดน้ำตาลสูงในเลือด อาทิ ยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น

โรคหลอดเลือดตีบ

โรคหลอดเลือดตีบ ในผู้เป็นเบาหวาน

คนที่เป็นเบาหวาน เพราะเหตุใดจึงเป็นโรคของหลอดเลือดตีบ และทำไมบางคนเป็นโรคหลอดเลือดตีบที่หัวใจ บางคนเป็นโรคหลอดเลือดตีบที่สมอง หรือ บางคนมีปัญหาหลอดเลือดตีบที่ขา วันนี้มีเฉลยค่ะ

ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเป็นระยะเวลานาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงตีบแข็ง (atherosclerosis) โดยเกิดได้ทุกๆหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย เนื่องจากน้ำตาลที่สูงในเลือดทำให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญพลังงานในระดับเซลล์ เกิดการสร้างสารเคมีและสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ (reactive oxygen species, inflammatory cytokines, advance glycation products) ส่งผลให้หลอดเลือดแดงเสียความยืดหยุ่น เปราะและฉีกขาดง่าย เกิดการเปลี่ยนแปลงการเเข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดจับตัวกันง่ายขึ้น นอกจากนี้ น้ำตาลที่มีปริมาณมากยังทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน (plaque) เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง

เบต้าเซลล์ คือ เซลล์ที่มีมากในร่างกาย ถ้าในสภาวะที่ค่าน้ำสูง เบต้าเซลล์จะทำงาน กระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลิน

ในสภาวะที่ค่าน้ำตาลต่ำ อัลฟ่าเซลล์ทำงาน เปลี่ยนไกลโคเจนในตับออกมาเป็นน้ำตาล แล้วผลักเข้าเซลล์ เปลี่ยนออกมาเป็นพลังงานค่ะ ถ้าทานอาหารอะไรก็แล้วแต่ เช่นบุหรี่ สุราของหมักดอง จะทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ หรือเซลล์ตับอ่อนอักเสบ ทำงานผิดปกติ หรือการรับประทานอาหารหวาน เกินไปต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ beta cell ทำงานหนัก ระหว่างที่ beta cell กระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินก็จะเกิดโปรตีนก่ออักเสบขึ้นมาด้วย ที่เรียกว่า อินเตอร์ริวคีนวัน ILT1 ตัวโปรตีนนี้ จะทำให้เบต้าเซลล์อักเสบ และ ตายไป การหลั่งอินซูลินน้อยลง ทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งก็คือ สาเหตุของโรคเบาหวานนั่นเองค่ะ

บรีซซี่ ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ และ กำจัด ILT1 ทำให้การอักเสบลดลง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุค่ะ

สิ่งที่คุณอาจสนใจ